เจ้าของคลินิกความงามหลายแห่งบอกว่าคิวเต็มเกือบทุกวัน แต่เมื่อดูบัญชีสิ้นเดือนแล้วกำไรไม่โตตามจำนวนนัด สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการตลาด แต่มาจากการที่ราคาต่อนัดไม่ได้สะท้อนต้นทุนจริงของช่วงเวลานั้น
ต้นทุนต่อนัดไม่เท่ากับต้นทุนต่อวัน
การนับแค่ค่าครีมหรือค่าเครื่องมือต่อครั้งมักพลาดค่าเช่า ค่าพนักงานที่รอระหว่างช่องว่าง และการเสียโอกาสเมื่อลูกค้าเลื่อนนัดกะทันหัน ธุรกิจนัดหมายขาย “ช่วงเวลา” มากกว่ารายการบริการบนกระดาษ
ส่วนลดที่ไม่มีขอบเขต
เมื่อพนักงานมีอำนาจลดราคาโดยไม่มีกรอบชัดเจน เมนูราคาจะกลายเป็นจุดเริ่มต่อรอง ลูกค้าที่จองบ่อยเรียนรู้ว่ารอจนใกล้วันนัดแล้วขอส่วนลดได้ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อนัดลดลงทั้งที่ตารางยังแน่น
จุดเริ่มปรับ
ก่อนขึ้นราคาทั้งหมด ให้แยกบริการที่กินเวลาและวัสดุสูงออกจากบริการเติมเต็มสั้นๆ แล้วตั้งราคาฐานจากต้นทุนต่อช่องเวลา จากนั้นค่อยออกแบบแพ็กเกจที่ให้ความคุ้มค่าโดยไม่ทำลายราคาเดี่ยว